Translate

13 พฤษภาคม 2552

"ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล" ความขัดแย้งกับสนธิ ลิ้มทองกุลและ ความใกล้ชิดกับ มล. บัว กิตติยากร


ความขัดแย้งกับสนธิ ลิ้มทองกุล

จากการออกมาการันตีให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ทำให้นายสนธิ ลิ้มทองกุลและหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ซึ่งเป็นหัวหอกหลักในการโจมตี พ.ต.ท. ทักษิณ ต้องออกมาโจมตี ท่านผู้หญิงวิระยา ในรายการ "Good morning Thailand" ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552[4]
     ทำไมท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ลึกๆท่านก็รู้อยู่แก่ใจใช่ไหม ว่าวันนี้ท่านไม่ได้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทอีกแล้ว ท่านทำไมไม่ถามตัวท่านเองครับ ท่านอย่าเอาคำพูดว่าท่านใกล้ชิดมาพูด คนที่ดึงสถาบันกษัตริย์เข้ามาเล่นเพื่อตัวเองนั้นน่าจะเป็นท่าน และนักโทษชายทักษิณมากกว่า จะต้องให้ผมเอารูปคนที่ท่านเทิดทูนบูชา นั่งเป็นประธานพิธีในวัดพระแก้วไหม ทำไมท่านไม่พูดเรื่องนี้ ผมถามท่านว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ ทำไมท่านไม่ตอบ ท่านตอบเหมาว่า ท่านเชื่อด้วย Six Sense ของท่าน สัญชาตญาณของท่าน สัญชาติญาณมันมีหลายสัญชาตญาณครับท่านผู้หญิงวิริยา สัญชาตญาณที่รู้ล่วงหน้า หรือทางพุทธ เรียกว่า อภิญญา สัญชาตญาณสัตว์ป่า คือสัญชาตญาณที่ต้องการให้ชาติบ้านเมืองวุ่นวาย สัญชาตญาณสัตว์นรก คือ สัญชาตญาณที่จะทำให้คนนั้นฆ่ากันเอง แดงทั่วแผ่นดิน และสัญชาตญาณปลิ้นปล้อน ก็เป็นสัญชาตญาณของคนที่จะพูดความเท็จได้ทุกเมื่อ สัญชาตญาณที่โลภ กิเลสสูง ขอให้ได้ประโยชน์ ก็พร้อมที่จะทำอะไรก็ได้ ถึงแม้ว่าจะขาดคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม ท่านผู้หญิงครับ ท่านมีสัญชาตญาณอันไหน ท่านไปคิดให้ดีๆ 
ก็ไม่รู้ละ ผมไม่รู้แล้วซิคราวนี้ ถ้าเขาทำมาแล้ว เกิดโยงไปถึงตำรวจบางคนอีกล่ะ คุณพัชรวาทจะว่ายังไง คุณประวิตร วงษ์สุวรรณ จะว่ายังไงในฐานะเป็นพี่ชายคุณพัชรวาท คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ จะว่ายังไงในฐานะที่ดูแลความมั่นคง เห็นมั้ย มันกระเทือนนะ แล้วถ้าพาดพิงไปถึงผู้หญิงบางคนซึ่งอาจอยู่เบื้องหลังการฆ่าผม แล้วถ้าเกิดพาดพิงถึงได้ ยิ่งยุ่งใหญ่เลย ไม่ใช่เรื่องเล็กนะคุณแคนจะบอกให้รู้ 
โอ๊ยไม่ห่วงหรอกคะ ใครจะโยงก็โยงไป ความจริงก็คือความจริงวันยันค่ำ ดิฉันเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีสามีที่จะมีอิทธิพล เหตุการณ์ที่เกิดกับคุณสนธิ คนอย่างดิฉันจะมีปัญญาไปทำอะไรได้ ดิฉันทำงานแต่การกุศลไม่มีความคิดแบบนี้ในสมอง 
ส่วนเรื่องราวของคุณวิระยา ชวกุล ก็เป็นเรื่องราวที่คุณวิระยาได้ชี้แจงออกมาว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งผมก็ดีใจที่ท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมเป็นเพียงแต่ว่าอยากจะฝากเตือนไปนิดหนึ่ง เป็นสัจจะธรรมที่ทุกๆ คนทราบว่าคนเรานั้นโกหกใครก็ได้ แต่โกหกกับตัวเองไม่ได้เด็ดขาด มโนธรรม สำนึก จะติดตัวอยู่กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะหมดไป กว่าจะตายก็จะตายอย่างทุรนทุรายก็ได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยทำผิดอะไรไว้ เพราะฉะนั้นแล้วผมดีใจที่คุณวิระยา ชวกุล ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ผมก็อนุโมทนาสาธุให้ด้วย ส่วนเรื่องราวต่างๆ นั้น ผมคงจะไม่เล่าอะไรให้ฟัง ประเดี๋ยวผมจะแจกเอกสารเรื่องเกี่ยวกับราชเลขาสมเด็จพระนางเจ้าฯ แจ้งด่วนมหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ หยุดบีบขายเสื้อ “ส.ก.” ให้ท่านสื่อมวลชนเอาเอกสารไปคนละชุด แล้วท่านอ่านแล้วใช้วิจารณญาณพิจารณาเองว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร 

ความใกล้ชิดกับ มล. บัว


ท่านผู้หญิง วิระยาเล่าว่า ตอนเผาจริง หม่อมหลวงบัว เป็นคนเผาคนแรก จากนั้นก็เอาท่านผู้หญิงกับน้องสาว (ท่านผู้หญิงอรสา ล่ำซำ) ไปกอด แล้วบอกว่า"ตอนแม่เสียชีวิต (นางอร่าม ชวกุล) สมเด็จพระนางเจ้าฯทรงเข้ามาดูแล เพราะคุณท่าน (หม่อมหลวงบัว กิตติยากร พระมารดาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ) เป็นเพื่อนรักกับคุณแม่พี่ คุณแม่ไม่สบาย ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ เข้ารักษาในห้องพิเศษที่จัดไว้เป็นห้องส่วนพระองค์ จำได้ว่า คุณแม่เล่าให้ฟังว่า กลัวมาก ท่านบอก ไม่เอาๆ ชั้นกลัว แต่คุณท่านไม่ยอม เพราะคุณท่านรักคุณแม่มาก" 
"ต่อไปนี้นะ ชั้นจะดูแลแทน อร่าม (ชื่อคุณแม่) ไม่ต้องเสียใจนะ ชั้นจะดูแล" 
"ตั้งแต่วันนั้น ก็มีความผูกพันกับคุณท่าน พอเสร็จงานศพ ก็มีความใกล้ชิดกับคุณท่าน และท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงษ์ (ชื่อเดิม ม.ร.ว.บุษบา กิตติยากร) ซึ่งเป็นพระขนิษฐาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ คุณแม่ท่านรักท่านผู้หญิงบุษบามาก แล้วจะต่อว่าพวกเราที่เป็นลูกๆ ว่า ท่านผู้หญิงบุษบาดีกับคุณแม่ ดูแลให้ความอบอุ่นกับคุณแม่มากกว่าลูกของตัวเองเสียอีก"[7] 
ข้อกล่าวหาเรื่องการจัดจำหน่ายเสื้อสีฟ้าปักอักษรพระนามาภิไธย ส.ก
หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันที่ 3 พ.ค. 47 ได้รายงานข่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ผ่านกองราชเลขานุการในพระองค์ถึงปลัดมหาดไทย-ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ให้ยุติการใช้วิธีจำหน่ายเสื้อปักอักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” ด้วยวิธีออกหนังสือเวียนให้ข้าราชการและพนักงานทุกระดับชั้นซื้อ เผยทรงเสียพระราชหฤทัยอย่างยิ่งหลังทรงทราบจากฎีการ้องทุกข์หลายฉบับระบุ สร้างความเดือดร้อนกับผู้มีรายได้น้อย
สำหรับหนังสือของกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามโดยท่านผู้หญิง จรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื้อหาระบุว่า ข้าราชการและหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งประชาชนทั่วไป ได้ทำฎีการ้องทุกข์กราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เรื่อง การจัดจำหน่ายเสื้อสีฟ้าของมูลนิธินพรัช-รัตนโกสินทร์ ราคาตัวละ 400 บาท พร้อมทั้งระบุรายละเอียดการจัดจำหน่าย ว่า มีหน่วยงาน 3 แห่ง คือ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมา 1 ล้านตัว ธนาคารออมสิน 1 ล้านตัว และธนาคารกรุงไทยอีก 1 ล้านตัว
“โดยเฉพาะในหน่วยงานสังกัดของท่าน ได้ใช้การจัดจำหน่ายด้วยวิธีออกหนังสือเวียนให้ข้าราชการและนักงานทุกระดับ ชั้นซื้อ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้มีรายได้น้อยเป็นอย่างยิ่ง และได้ถูกเร่งให้จัดจำหน่ายให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2547” หนังสือระบุ
นอกจากนี้เนื้อความในหนังสือได้ระบุต่อว่า มูลนิธินพรัช-รัตนโกสินทร์ โดยท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิ และเป็นประธานฝ่ายผลิตเสื้อยืดปักอักษรนามาภิไธย ส.ก.72 พรรษา ได้มีหนังสือขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำเสื้อดังกล่าวจำนวน 2 ล้านตัว ซึ่งได้รับพระราชานุญาต ทั้งนี้ การขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติต่างๆ เพื่อถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลนั้น มักได้รับพระราชทานพระราชานุญาตแทบทุกโครงการ โดยที่หวังพระราชหฤทัย ว่า การดำเนินโครงการจักเป็นไปโดยความถูกต้องเหมาะสม และไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน[8]

คำอธิบายเรื่องเสื้อของท่านผู้หญิงวิระยา

ท่านผู้หญิงวิระยาชี้แจงว่าทำเสื้อออกมาเพียง 2 ล้านตัว และให้มหาดไทยไป 1 ตัวและว่าเมื่อมีหนังสือเวียนออกมา ทำให้ไม่สามารถขายเสื้อได้อีก และ พ.ต.ท. ทักษิณ ยังโทรมาขอให้เลิกจำหน่ายเสื้อด้วย แต่เงินรายได้จากการจำหน่ายเสื้อในสมุดบัญชียังอยู่ครบ การที่ยังไม่ถวายรายได้ เพราะเมื่อสอบถามท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์ ก็บอกว่ามีคนบอกว่าให้ทำเอกสารเรื่องรายได้เสนอมา จึงยังไม่ถวายเพราะต้องการถวายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถโดยตรง[9]

กิจกรรมส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักพระราชวัง

หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ฉบับวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 ได้ตีพิมพ์แก้ไขข่าว เนื่องจากในบทความ Thanpuying denies plotting to kill Sondhi ได้ระบุว่าท่านผู้หญิงวิระยาเป็นนางสนองพระโอษฐ์ (Lady-in-waiting) ซึ่งเป็นข้อความที่ผิดพลาดบางกอกโพสต์ได้รับคำชี้แจงจากท่านผู้หญิง จรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยืนยันว่า ท่านผู้หญิงวิระยานั้นไม่เคยเป็นนางสนองพระโอษฐ์ (Lady-in-waiting)[10] ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แต่อย่างใด
“กิจกรรมและธุรกิจทุกประการที่ท่านผู้หญิงวิระยาดำเนินการนั้นเป็นกิจกรรม ส่วนตัวของท่านผู้หญิงวิระยา ซึ่งไม่มีความเกี่ยวพันกับสำนักพระราชวังใดๆ ทั้งสิ้น” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ระบุ
รองราชเลขานุการในสมเด็จพระนางเจ้าฯ ยังยืนยันด้วยว่า ตำแหน่งนางสนองพระโอษฐ์[นั้นต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา นอกจากนี้ ท่านผู้หญิงวิระยายังไม่มีตำแหน่งใดๆ ในสำนักพระราชวังอีกด้วย[11]

คำชี้แจงจากท่านผู้หญิงวิระยา

ท่านผู้หญิงวิระยา ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ข่าวสดและตีพิมพ์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2552[12] กรณีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระรองราชเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำหนังสือชี้แจงว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พร้อมกับโจมตีเรื่องโครงการเสื้อฟ้านั้น ยอมรับตนกับท่านผู้หญิงจรุงจิตต์มีปัญหาส่วนตัวกัน ส่วนเรื่องเสื้อฟ้าเป็นเรื่องเก่าตั้งแต่ปี 2547 โครงการนี้ตั้งใจทำเพื่อหารายได้ถวาย ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา โครงการนี้ใช้เงินส่วนตัวของตนทั้งหมด โดยทำทั้งหมด 2 ล้านตัว ก่อนทำขอพระราชทานพระนามาภิไธยย่อ สก แต่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์บอกว่าอย่าทำเลย เพราะพระนามาภิไธยย่อ สก ไม่เคยพระราชทานให้ใคร ทรงหวง ตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณบอกกับตนว่าทำแล้วจะช่วยขายอีกแรง ตนอยากเห็นโครงการเกิดขึ้นเพราะอยากเห็นทุกคนใส่เสื้อฟ้า
ท่านผู้หญิง วิระยา กล่าวด้วยว่า ต่อมาท่าน ผู้หญิงจรุงจิตต์ทำจดหมายถึงผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้รับฎีกาว่ามีการบังคับซื้อเสื้อ ทำให้ชาวบ้านที่มีรายได้น้อยเดือดร้อน ตนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงถามว่ารู้เรื่องหรือไม่ ตนถวายคำชี้แจงว่าทราบแต่ยืนยันไม่ได้บังคับใคร คนซื้อเพราะรักในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงยืนยันกับพระองค์ท่านว่าจะเดินหน้าทำต่อไปแม้ว่าจะมีอุปสรรค หากหยุดก็ต้องมาจากคำสั่งของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเท่านั้น ยืนยันเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการขายเสื้อยังอยู่ครบ
ในขณะการให้สัมภาษณ์ท่านผู้หญิงวิระยา ได้แสดงสมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อมูลนิธินพรัช-รัตนโกสินทร์ (เสื้อ) ยื่นให้ผู้สื่อข่าวดู และกล่าวว่า รอให้ทางวังแจ้งกำหนดการเข้าเฝ้าฯ ตนจะนำเข้าไปถวาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกท้อ จึงตัดสินใจเข้ากราบบังคมทูลลากับสมเด็จพระนางเจ้าฯ ด้วยตัวเองว่าต่อไปนี้จะไม่ขอตามเสด็จฯ และไม่ทำงานพวกนี้อีกแล้ว ไม่ใช่เพราะถูกไล่ออกจากวัง เป็นเรื่องที่ตนแสดงความประสงค์เอง เรื่องที่นายสนธิกล่าวหานี้ทำให้ตนเสียหายมาก ที่ผ่านมาตนทำงานใด มักมีอุปสรรค จึงทำให้เข้าใจหัวอกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่แม้จะรู้ว่ามีอุปสรรคใหญ่หลวงแต่ก็ยังพยายามทำต่อไป

บาดเจ็บจากภารกิจเยี่ยมทหารภาคใต้

ไม่ถอย : ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจและอาสาสมัครชายแดนในพระบรมราชินูปถัมป์ และคณะ เดินทางไปโรงเรียนบ้านแกแม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อมอบสิ่งของให้ชาวบ้าน โดยยืนยันจะทำหน้าที่ต่อไป แม้ขบวนรถยนต์จะถูกลอบทำร้ายมาหมาดๆ
ไม่ถอย : ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจและอาสาสมัครชายแดนในพระบรมราชินูปถัมป์ และคณะ เดินทางไปโรงเรียนบ้านแกแม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อมอบสิ่งของให้ชาวบ้าน โดยยืนยันจะทำหน้าที่ต่อไป แม้ขบวนรถยนต์จะถูกลอบทำร้ายมาหมาดๆ[13]
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550 เมื่อเวลา 15.45น.เกิดเหตุคนร้ายไม่ต่ำกว่า 20คน ซึ่งดักซุ่มอยู่ในป่าข้างทาง ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงขบวนรถของคณะท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ บริเวณบ้านลือมุ ม.8 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ทำให้กระจกรถแตกเสียหายและเศษกระจกยังบาดหางคิ้วซ้ายของท่านผู้หญิงวิระยา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยด้วย ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บอีก 1นาย คือ ด.ต.ตอหาด วาดสกุล เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ(รปภ.)บก.ภ.ยะลา ถูกกระสุนปืนเข้าที่ขา หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าเสริมกำลังไม่น้อยกว่า 50 นาย ออกไล่ล่าคนร้ายทันที จนเกิดยิงปะทะกันประมาณ 5นาที จากนั้นคนร้ายจึงล่าถอยเข้าป่าไป นอกจากนี้ ตำรวจ9 ยังส่งเฮลิคอปเตอร์1ลำ เข้าบินล่าคนร้ายกว่า 1 ชม.แต่ก็ไร้วี่แวว[14]

ประวัติส่วนตัว

  • วันเดือนปีเกิด : วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2477
  • ที่อยู่ : 314/1 ซอยชวกุล ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
  • สำนักงาน : มูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
  • บิดา-มารดา : นายสมุย -นางอร่าม (กิจจาทร) ชวกุล

ประวัติการศึกษา

  • สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ 6 โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย
  • อนุปริญญาวิชาบริหารธุรกิจ THE METRO POLITAN COLLEGE, LONDON
  • รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • รับพระราชทานปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • รับพระราชทานวุฒิบัตรจากสถาบัน พระปกเกล้าฯ หลักสูตรการเมืองการปกครอง

ประวัติการทำงาน

ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล (แถวยืนที่ 3 จากซ้าย) เลี้ยงฉลองวันเกิด ให้ ท่านผู้หญิง ม.ร.ว. บุษบา สธนพงศ์ (แถวนั่งที่ 2 จากซ้าย) โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานมากมาย ดังนี้นาวาเอก สุรยุทธ์ สธนพงศ์ (แถวนั่งที่ 1 จากซ้าย) ท่านผู้หญิงสุวรรณี พัฒน์พงศ์พานิช (แถวยืนที่ 2 จากซ้าย) คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี (แถวยืนที่ 4 จากซ้าย)  ท่านผู้หญิงอรสา ล่ำซำ (แถวยืนที่ 5 จากซ้าย) คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (แถวยืนที่ 6 จากซ้าย)  และคุณดุษดี โอสถานนท์ (แถวยืนที่ 7 จากซ้าย) ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ณ ห้องอาหารแมริออท คาเฟ่ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้
ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล (แถวยืนที่ 3 จากซ้าย) เลี้ยงฉลองวันเกิด ให้ ท่านผู้หญิง ม.ร.ว. บุษบา สธนพงศ์ (แถวนั่งที่ 2 จากซ้าย) โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานมากมาย ดังนี้นาวาเอก สุรยุทธ์ สธนพงศ์ (แถวนั่งที่ 1 จากซ้าย) ท่านผู้หญิงสุวรรณี พัฒน์พงศ์พานิช (แถวยืนที่ 2 จากซ้าย) คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี (แถวยืนที่ 4 จากซ้าย) ท่านผู้หญิงอรสา ล่ำซำ (แถวยืนที่ 5 จากซ้าย) คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (แถวยืนที่ 6 จากซ้าย) และคุณดุษดี โอสถานนท์(แถวยืนที่ 7 จากซ้าย) ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ณ ห้องอาหารแมริออท คาเฟ่ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้[15]
  • กรรมการก่อตั้งมูลนิธิช่วยเด็กปัญญาอ่อน ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร เป็นประธานและได้รับให้ดำรงตำแหน่งประธานหาทุน
  • กรรมการเลขาธิการก่อตั้งสมาคมสตรีนานาชาติ
  • ประธานคณะกรรมการจัดหา และส่งเสริมผู้บริจาคโลหิต และประธานหาทุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย
  • ประธานหาทุนคณะกรรมการโครงการจัดหาทุน เพื่อก่อตั้งมูลนิธิเพื่อฟื้นฟูการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข
  • ประธานคณะกรรมการโครงการหลวงปู่โต๊ะ 108 ปี เมื่อปี 2538
  • กรรมการช่วยหาทุน โครงการสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
  • สนับสนุนฝึกอบรมเยาวชนเกษตรฯ ในการพัฒนาพื้นที่ วัดญาณสังวราราม อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ
  • ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์การจัดงาน มหกรรมวัฒนธรรมจีนเฉลิมพระเกียรติ เมื่อปี 2539
  • กรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิโรคหัวใจเด็ก
  • ประธานกรรมการกลาง มูลนิธิรามาธิบดี
  • ประธานกรรมการหาทุน ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ประธานที่ปรึกษาประธานวุฒิสมาชิก พฤษภาคม 2547
  • ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • ที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบ และติดตามการบริหารงานตำรวจ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2544
  • ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ของนายกสมาคมกอล์ฟเเห่งประเทศไทย ปี 2544 - 2546
  • กรรมการอำนวยการกองทุน พัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
  • กรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ของมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค เมื่อ 18 มิถุนายน 2544
  • กรรมการที่ปรึกษาสร้างสวนเบญจกิติ ถวาย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา

ตำแหน่งงานในปัจจุบัน

  1. กรรมการมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และรับผิดชอบดูแลการเงินการรับบริจาค ณ สำนักงานมูลนิธิฯ ถนนศรีอยุธยา
  2. ประธานอาสาสมัครมูลนิธิสายใจไทยฯ แผนกรับบริจาค
  3. ประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหารตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
  4. ประธานกรรมการ มูลนิธินพรัช-รัตนโกสินทร์
  5. ประธานมูลนิธิท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล เพื่อการวิจัยวิทยาศาสตร์การเพทย์ ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร กรมแพทย์ทหารบก
  6. ประธานกรรมการมูลนิธิ ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล เพื่อโรคหลอดเลือดสมอง
  7. กรรมการมูลนิธิศาสตราจารย์นายแพทย์หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร
  8. กรรมการโครงการก่อสร้างศิลปาชีพ ณ ตำบลเกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
  9. ประธานกรรมการที่ปรึกษาโครงการรณรงค์ผ่าตัดตาต้อกระจกเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหาคมหาราชินี กระทรวงสาธารณสุข
  10. กรรมการที่ปรึกษา สมาคมจิตวิทยาความมั่นคงแห่งประเทศไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • ปี 2522 จตุตถจุลจอมเกล้า
  • ปี 2525 ตติยจุลจอมเกล้า
  • ปี 2525 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
  • ปี 2528 ทุติยจุลจอมเกล้า
  • ปี 2528 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
  • ปี 2534 รัตนาภรณ์
  • ปี 2534 ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
  • ปี 2539 มหาวชิรมงกุฎไทย
  • ปี 2546 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์
  • ปี 2547 มหาประถมาภรณ์ช้างเผือก

source:politicalbase.in.th

ประชาไท - การเมือง